Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - fairya

Pages: [1] 2 3 ... 125
4
จับตาผลประชุม BOJ วันนี้ คาดปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ-ประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน

นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ (Ultraloose Monetary Policy) ซึ่งรวมถึงการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีไว้ที่ประมาณ 0% โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉุดต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับต่ำ เพื่อช่วยเหลือบริษัทเอกชนและภาคครัวเรือน

ในการประชุมครั้งนี้ BOJ มีกำหนดเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาส ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า BOJ อาจจะปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากเดิมที่เคยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9% เนื่องจากต้นทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นทั่วโลกได้ทำให้บริษัทเอกชนพากันปรับขึ้นราคาสินค้า

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า คณะกรรมการ BOJ อาจจะเปิดเผยรายงานการวิเคราะห์เพื่อบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อที่ส่งสัญญาณขยายตัวอย่างรวดเร็วนั้น จะเกิดขึ้นนานเพียงใด และคาดว่า BOJ จะอภิปรายเกี่ยวกับแนวโน้มของนโยบายการเงินเพื่อประเมินว่า ค่าจ้างได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะทำให้ภาคครัวเรือนญี่ปุ่นมีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างอาจทำให้บริษัทเอกชนปรับขึ้นราคาสินค้าและจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในเวลาต่อมา

6
อินโดนีเซียยกเลิกแบนนักเดินทางจาก 14 ประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

อินโดนีเซียยกเลิกคำสั่งห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ และคงช่วงกักตัวไว้ที่ 7 วันเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แถลงการณ์จากคณะทำงานควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของอินโดนีเซียระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการอินโดนีเซียได้ถอดรายชื่อ 14 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากออกจากรายการห้ามเข้าเดินทางประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวสามารถเข้าอินโดนีเซียได้ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงแอฟริกาใต้และสหราชอาณาจักร

นายวิคู อาดิซาสมิโต โฆษกคณะทำงานควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ด้วยข้อจำกัดที่มีอยู่ "ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับการเดินทางข้ามพรมแดนที่ยังจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย"

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากอินโดนีเซียเตรียมจัดงานอีเวนต์ระดับนานาชาติมากมายในปีนี้ เช่น งานแข่งชิงแชมป์โมโตจีพีในเดือนมี.ค. และงานประชุมสุดยอด G20 ในเดือนพ.ย. ซึ่งจะทำให้มีการเดินทางจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ และจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศมากกว่าผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตยังคงต่ำเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น

7
aCommerce Group จับมือเป็นพันธมิตรรายแรกกับ Shopify Plus ในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

aCommerce ผู้นำด้านการให้บริการและระบบเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรรายแรกของ Shopify Plus ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในอาเซียนเพื่อการสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความน่าเชื่อถือ มีความยืดหยุ่น ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างมาตรวัดทางธุรกิจได้ โดยจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคผ่านช่องทางการจำหน่ายได้โดยตรง ซึ่งรวดเร็วกว่าการอาศัยแพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจอื่น ๆ

Shopify Plus คือผู้นำเสนอแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์เทรนด์ในตลาดและคุ้มค่าต่อการลงทุน ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีกโดยตรงสู่ผู้บริโภค (D2C: Direct-To-Consumer Retail) โดย aCommerce จะใช้ชุดผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส ความสามารถในการขยายขนาดธุรกิจ และการสนับสนุนของทีมงาน Shopify Plus เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังทวีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้

aCommerce ผู้ให้บริการและระบบอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร เชื่อมั่นว่าการจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าทั้งสำหรับผู้ประกอบการและลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โดย aCommerce จะผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญโดยที่ครอบคลุมทางตลาด ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และขีดความสามารถในการบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย เข้ากับระบบอัตโนมัติอันทรงประสิทธิภาพ เครื่องมือส่งเสริมการขาย และการเชื่อมต่อเว็บไซต์ผ่าน API จาก Shopify Plus เพื่อมอบสิ่งที่แบรนด์ต่าง ๆ จำเป็นในการเสริมสร้างศักยภาพของช่องทางธุรกิจแบบ D2C

ทอม ศรีวรกุล Group Head Of Business Development at aCommerce กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Shopify Plus ซึ่งเป็นโซลูชันหลักของแบรนด์ในภูมิภาคที่ต้องการขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุม การใช้แผนธุรกิจ การขายสินค้าแบบปลีกผ่านช่องทางการขายเฉพาะที่เป็นของแบรนด์เอง (Direct To Consumer) จะช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า การจัดโปรแกรมสมนาคุณ การเพิ่มผลกำไรส่วนต่าง และกรรมสิทธิ์ในข้อมูลทั้งหมด โดยลูกค้าของ aCommerce ที่เพิ่มช่องทาง Direct To Consumer ในพื้นที่ขายแบบ Marketplace และ Social Commerce ของแบรนด์ก็จะได้รับประโยชน์จากการมองเห็นการแสดงผลภาพรวมของช่องทางการจำหน่ายทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารสินค้า การตลาด และห่วงโซ่อุปทาน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"

"Shopify Plus มอบแพลตฟอร์มอันทรงประสิทธิภาพที่ปรับขยายการดำเนินงานได้ ซึ่งสามารถส่งเสริมธุรกิจทุกประเภท นับตั้งแต่ผู้ประกอบการแบบค้าปลีกผ่านช่องทางการขายเฉพาะที่เป็นของแบรนด์เอง (Direct To Consumer) ไปจนถึงผู้ประกอบการชื่อดังและบริษัทในรายชื่อ Fortune 500 ที่ขายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง" นีล บาตต์ Head of Partnerships, SEA, Shopify Plus กล่าว "เรามั่นใจว่า aCommerce จะสามารถช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทั้งหมดของ Shopify Plus เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ"

8
รีวิว 4 เครื่องซักผ้า 2 ถัง ราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานคุ้มอย่าบอกใคร
 




ใครที่กำลังต้องการซื้อ “เครื่องซักผ้า 2 ถัง” แต่มีงบจำกัด หรืออยู่อาศัยแค่ไม่กี่คนในครอบครัว อยากได้ตัวที่ราคาไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ต้องกังวลใจ เพราะจะขอรีวิว 4 รุ่นดี ๆ ที่การันตีเรื่องความคุ้มค่าในราคาแสนประหยัด มีเงินไม่ถึงหมื่นก็ซื้อไว้ใช้งานได้อย่างสบายใจ ซักผ้าสะอาดอย่าบอกใครเลย ว่าแต่มีรุ่นไหนบ้างห้ามพลาด

รีวิว 4 เครื่องซักผ้า 2 ถัง ราคาไม่เกิน 5,000 

1. TOSHIBA VH-H85MT 7.5 กก.






เริ่มต้นด้วยขนาด 12 กก. ในราคาเบา ๆ ไม่ถึง 5,000 บาท ใช้ระบบ Ultra Spin จึงเพิ่มพลังในการปั่นหมาดให้แห้งเร็วขึ้นกว่าเดิม ดึงน้ำออกจากเนื้อใยผ้าด้านในรวดเร็วขึ้น ช่วยให้ผ้าแห้งทันใจ มาพร้อมระบบการแช่และซัก 45 นาที คราบสกปรกแค่ไหนก็เอาอยู่ไม่ต้องห่วง โปรแกรมซัก 2 ระบบ มอเตอร์แบบสายพาน พร้อมฟังก์ชันอื่นอีกเพียบ ใช้งานง่าย ประหยัดพื้นที่แน่นอน

2. IMARFLEX WM-772 7.2 กก.





ต่อกันด้วยราคาเครื่องซักผ้า 2 ถังราคาถูกไม่เกิน 5,000 บาท จุดเด่นคือ ตัวถังผลิตจากพลาสติก ABS ที่มีคุณภาพสูงมาก มั่นใจได้เลยว่าใส่ผ้าลงไปตามน้ำหนักที่ระบุไว้ก็สะอาด ไม่มีปัญหาเรื่องคราบฝังแน่น ตัวจานซักขนาดใหญ่จึงช่วยถนอมใยผ้าได้ดีเยี่ยม มีระบบน้ำไหลถึง 3 ทิศทาง ผงซักฟอกและความสกปรกออกไปอย่างหมดจด ตอบโจทย์ทุกบ้าน

3. MIDEA MT100W110 11 กก.





ความจุของตัวถังซัก 11 กก. ส่วนตัวถังปั่นหมด 6 กก. พิเศษกับพลังจานซัก 2 แรง จึงทำให้เกิดกระแสน้ำวนตามทิศทางที่หลากหลายมากขึ้น จัดการคราบลึกฝังแน่นที่ติดอยู่บนใยผ้าได้อย่างอยู่หมัด แต่ยังคงความอ่อนโยนดุจการซักมือ ตัวฝาถังใช้ดีไซน์ Airfresh ช่วยดึงเอาอากาศภายนอกเข้าไปด้านในเพื่อระบายความชื้นได้เร็วขึ้นกว่าเดิม จัดเป็นอีกรุ่นที่น่ามีไว้ใช้งานในราคาสุดคุ้ม

4. IMARFLEX WM-992 9 กก.





เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี IMARFLEX คือ คำตอบของหลายครอบครัว โดยรุ่นนี้ตัวถังยังคงทำจากพลาสติก ABS แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน มาพร้อมจานซักขนาดใหญ่ที่ให้พลังปั่นดีมาก ช่วยเรื่องการถนอมใยผ้า และยังจัดการสิ่งสกปรกออกไปได้อย่างหมดจด มีระบบน้ำไหลถึง 3 ทิศทาง ไม่ต้องห่วงเรื่องผงซักฟอกหรือสิ่งสกปรกตกค้าง ราคาแบบนี้บอกเลยยังไงก็ควรมีไว้ใช้งานกัน

ใครอยากใช้งานเครื่องซักผ้าดี ๆ แบบนี้ บอกเลยไม่เคยทำให้ผิดหวัง แถมทั้ง 4 รุ่นที่เลือกมารีวิวยังราคาถูกมาก ไม่เกิน 5,000 บาท งบน้อยก็สบายใจ ไม่ต้องห่วง มีเสื้อผ้าสะอาดไว้สวมใส่ ออกไปไหนก็มั่นใจยิ่งกว่าเคย

10

โอลิวิเย่ร์ ดาร์กูร์ ระบุ มันอาจจะถึงเวลาที่ ปอล ป็อกบา ต้องแยกทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว แต่ไม่เชื่อเท่าไหร่ว่า ปารีสฯ อยากได้ตัว ป็อกบา จริงๆ
    โอลิวิเย่ร์ ดาร์กูร์ อดีตกอกลางชาวฝรั่งเศส แสดงความเห็นว่ามันอาจจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ ปอล ป็อกบา จะย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะบางครั้งการอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งนานไปจะส่งผลเสียกับนักเตะได้

    ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงแค่ช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น ทำให้อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยมีข่าวลือว่าทั้ง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังให้ความสนใจในตัวเขา

    อดีตกองกลาง ลีดส์ ยูไนเต็ด, อาแอส โรม่า และ อินเตอร์ มิลาน กล่าวว่า  "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในทีมที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่เมื่อคุณเล่นให้ทีมใดทีมหนึ่งเป็นเวลาหลายปีแล้วน่ะ บางครั้งคุณก็จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อที่จะได้มีความก้าวหน้าในฐานะนักฟุต."

    "ถ้าคุณเอาแต่ทำเรื่องเดิมซ้ำๆ ซากๆ มันก็อาจจะทำให้คุณมีนิสัยแย่ๆ อย่างการไม่มีความจริงจังในการทำบางอย่างได้ ถ้าเกิด ปอล ตัดสินใจที่จะย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วล่ะก็ เขาก็จำเป็นต้องไปอยู่กับทีมใหญ่ที่มีเป้าหมายตรงตามความทะเยอทะยานของเขา และสามารถมอบความท้าทายที่แท้จริงให้กับเขาได้"

    อย่างไรก็ตาม ดาร์กูร์ ไม่เชื่อเท่าไหร่ว่า ปารีสฯ อยากได้ ป็อกบา จริงๆ "ผมไม่มั่นใจเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ ทุกวันนี้นักเตะทุกคนต่างก็อยากจะย้ายไปอยู่กับ เปแอสเช เพราะพวกเขามีเงินก้อนโต พวกเขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ พวกเขามีดีพอที่จะเป็นแชมป์ แชมเป้ยนส์ ลีก แต่ เปแอสเช ไม่สามารถเซ็นสัญญากับนักเตะทุกคนบนโลกนี้ได้ ดังนั้นผมเลยไม่มั่นใจว่าพวกเขาสนใจในตัวเขารึเปล่า"

13
เทียบสถิติ350นัดลิเวอร์พูลของคล็อปป์เทียบยุคราฟา เบนิเตซ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำหน้าที่คุม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในจำนวน 350 นัดเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากันกับ ราฟา เบนิเตซ สมัยทำหน้าที่ในแอนฟิลด์ ซึ่งหากกางสถิติเทียบกันแล้ว ระหว่าง 2 คนนี้ใครผลงานแจ่มกว่ากัน?
    ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปน รับหน้าที่คุมทีมลิเวอร์พูลในปี 2004 ก่อนถูกไล่ออกในปี 2010 หลังจากทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ทำให้ในปีนั้นพวกเขาจบอันดับที่เจ็ดในพรีเมียร์ลีก

    ก่อน เจอร์เก้น คล็อปป์ จะได้รับการแต่งตั้งในเดือนตุลาคม 2015 และทำผลงานก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จนเปลี่ยน ลิเวอร์พูล ให้เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลกในเวลานี้

    ซึ่งจนถึงตอนนี้ กุนซือชาวเยอรมัน คุมทัพ "หงส์แดง" ผ่านหลักไมล์ที่ 350 นัดแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนเกมที่ ราฟาเอล เบนิเตซ นั่งแท่นกุนซือทีม

    โดยตามสถิติ คล็อปป์ มีค่าเฉลี่ยแต้มต่อเกมมากกว่า และมีอัตราการชนะที่ดีกว่า และทำสถิติแพ้กับลิเวอร์พูล น้อยกว่ากุนซือชาวสเปน

    จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ ลิเวอร์พูล ของเบนิเตซ จะยิงเฉลี่ยต่อเกมน้อยกว่า "หงส์แดง"ของคล็อปป์ แถมยุคเจเคพวกเขายังเสียประตูต่อเกมน้อยกว่าด้วย

    ผู้จัดการทีมทั้งสองคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ได้ทั้งคู่ แต่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกของ คล็อปป์ และ โทรฟี่ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เป็นการยกระดับทีมที่ชัดเจน กว่าถ้วย เอฟเอ คัพ และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ของ เบนิเตซ

เทียบสถิติ350นัดลิเวอร์พูลของคล็อปป์เทียบยุคราฟา เบนิเตซ
เจอร์เก้น คล็อปป์

จำนวนเกม : 350
ชนะ: 210
เสมอ: 81
แพ้: 59

ประตูได้ : 727
ประตูเสีย : 352

แต้มต่อเกม : 2.03
อัตราชนะ: 60%
อัตราแพ้: 16.8%

ประตูได้ต่อเกม: 2.07
เสียประตูต่อเกม: 1.01

ถ้วยรางวัล: 4 (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,  ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ)

เทียบสถิติ350นัดลิเวอร์พูลของคล็อปป์เทียบยุคราฟา เบนิเตซ
ราฟาเอล เบนิเตซ

จำนวนเกม 350
ชนะ: 194
เสมอ: 77
แพ้: 79

ประตูได้: 585
ประตูเสีย: 302

แต้มต่อเกม: 1.88
อัตราชนะ: 55.4%
อัตราแพ้: 22.5%

ประตูได้ต่อเกม: 1.67
เสียประตูต่อเกม: 0.86

ถ้วยรางวัล: 4 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, เอฟเอคัพ,  คอมมิวนิตี้ ชิลด์)

14
จีนออกมาตรการคุมเข้มการเดินทางช่วงตรุษจีน สกัดโอมิครอนลุกลาม

เมืองหลายแห่งของจีนเริ่มใช้มาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ขั้นสูง เนื่องจากประชาชนเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ประชาชนต้องรายงานจำนวนวันเดินทางก่อนที่จะเริ่มเดินทาง ขณะที่ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนระบาดลุกลามในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงปักกิ่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมืองต่าง ๆ ในจีน อาทิ เมืองลั่วหยางและเมืองเจียหยาง กำหนดให้ผู้เดินทางต้องรายงานข้อมูลการเดินทางต่อชุมชน เจ้าหน้าที่ หรือโรงแรมที่พักล่วงหน้าก่อนไปถึง 3 วัน

ขณะที่เมืองยู่หลินกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าเมืองต้องกรอกแบบฟอร์มดิจิทัล รวมถึงข้อมูลรับรองด้านสุขภาพและรายละเอียดการเดินทางล่วงหน้าหนึ่งวัน

มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนว่า ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนปลายเดือนนี้

ส่วนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งและเมืองเซินเจิ้นพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่มาจากการติดเชื้อในประเทศแห่งละหนึ่งราย โดยจนถึงขณะนี้ จีนพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนจากการระบาดในประเทศในมณฑลและเขตเทศบาลอย่างน้อย 5 แห่ง และยังพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในหมู่ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอีก 14 มณฑล

ด้านรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากเมืองโดยไม่จำเป็นในช่วงตรุษจีน ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศหลายสิบเที่ยวบินถูกระงับ

ทั้งนี้ คาดว่าจีนจะยังไม่ส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงแนวทางการควบคุมการระบาดในประเทศในเร็ววันนี้ แม้อัตราการฉีดวัคซีนจะสูงถึง 86.6% ก็ตาม ซึ่งจีนใช้กลยุทธ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วนก่อนที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 4 ก.พ.นี้

ส่วนข้อมูลอย่างเป็นทางการในวันนี้ ระบุว่า จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศจำนวน 163 รายเมื่อวันอาทิตย์ (16 ม.ค.) เพิ่มขึ้นจาก 65 รายที่พบเมื่อวันก่อน ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในจีนอยู่ที่ 105,087 ราย ขณะเดียวกัน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 4,636 ราย

15
มูดี้ส์คาดนโยบาย Zero-Covid ของจีนส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

คาทรีน่า เอลล์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของมูดี้ส์ อนาไลติกส์ แสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาติดขัดในห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงมีอยู่นั้น มีสาเหตุหลักมาจากการที่จีนใช้นโยบายรักษาจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดให้เป็นศูนย์หรือ Zero-Covid โดยปัจจุบันปัญหาคอขวดฝั่งอุปทานได้ดำเนินมายาวนานถึงหนึ่งปีแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปัญหาดังกล่าวจะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงต้นปีนี้

"การผลิตวัสดุต่าง ๆ จะเริ่มสร้างแรงกดดันขาลงต่อราคาผู้ผลิตและราคาปัจจัยการผลิต แต่นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ทำให้มีการปิดท่าเรือและโรงงานที่สำคัญอยู่บ่อยครั้ง ก็จะยังสร้างปัญหาติดขัดในส่วนนี้อยู่" เอลล์เผยกับผู้สื่อข่าวของในรายการ "Squawk Box Asia" ของสถานีโทรทัศน์ CNBC พร้อมกับเสริมว่า ปัจจัยนี้จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบัน

เอลล์ระบุว่า นโยบาย Zero-Covid ของจีนนั้นเพิ่มความเสี่ยงขาลงให้กับห่วงโซ่อุปทานที่เริ่มฟื้นตัวตามการผลิตวัสดุ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงอิทธิพลและความสำคัญของเศรษฐกิจจีนในเวทีโลก โดยเธอคาดว่า อัตราเงินเฟ้อและท่าทีของธนาคารกลางต่าง ๆ จะมีผลต่อตลาดอย่างมากในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลจีนได้ใช้นโยบาย Zero-Covid ตั้งแต่ที่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดเมื่อต้นปี 2563 โดยมีการบังคับกักตัวและจำกัดการเดินทางอย่างเคร่งครัดเพื่อสกัดการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในเมืองเดียวกันหรือออกนอกประเทศ

มาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการขนส่งทั่วโลก และยังได้ทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังเกิดความวิตกกังวลด้วยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่กระจายได้ง่ายจะก่อความเสียหายซ้ำเติมภาคการขนส่งอีกครั้ง

Pages: [1] 2 3 ... 125